top of page
Search

ความก้าวล้ำด้านเทคโนโลยีของจีน ที่ทั่วโลกต้องเรียนรู้


จากการพัฒนาที่รุดหน้าทางด้านเทคโนโลยีของจีน ส่งผลให้จีนกลายมาเป็นคู่แข่งสำคัญของสหรัฐอเมริกา ในฐานะของผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก เราจะเห็นได้จากความสำเร็จของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมากมาย อย่าง Huawei ธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดโทรศัพท์มือถือเป็นอันดับสองของโลก รองจาก Samsung ที่ 17.8% ในไตรมาสแรกของปีนี้ Alibaba แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่ครอบครองผู้ใช้งานต่อปี (Annual Active Users) ถึง 757 ล้านคน สร้างรายได้ในไตรมาสล่าสุดถึง 7.17 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบปีต่อปี หรือ Tencent ธุรกิจด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เจ้าของแพลตฟอร์ม WeChat, QQ และ Epic games ซึ่งสร้างรายได้ในไตรมาสที่ 2 ปี พ.ศ. 2563 ถึง 5.29 แสนล้านบาท เติบโต 29% เมื่อเทียบปีต่อปี

.

ผลงานหนึ่งอันน่าทึ่งของประเทศจีน ที่แสดงถึงศักยภาพอันล้ำหน้าของเทคโนโลยี คือการเปิดตัว Jiuzhang คอมพิวเตอร์ระบบควอนตัม (Quantum Computer) ที่เร็วที่สุดในโลกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พัฒนาขึ้นโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน (University of Science and Technology of China) มีประสิทธิภาพแซงหน้าคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมเครื่องเดียวในโลกที่สร้างโดย Google โดยประมวลผลเร็วกว่า ถึงหนึ่งหมื่นล้านเท่า และสามารถแก้สมการทางคณิตศาสตร์ ที่ Super Computer ที่เร็วที่สุดในประเทศจีนใช้เวลา 2,500 ล้านปีในการแก้ ได้ในเวลาเพียง 200 วินาที

.

ในด้านของพลังงาน จีนได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของโลก และยุคสมัยใหม่แห่งพลังงานสะอาด ด้วยการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน HL-2M Tokamak ซึ่งเป็นการจำลองปฏิกิริยาแบบเดียวกันกับที่เกิดบนดวงอาทิตย์และได้ทดสอบครั้งแรกในสัปดาห์ที่ผ่านมา เตาปฏิกรณ์ดังกล่าวมีความเสถียรกว่าพลังงานนิวเคลียร์แบบเดิม ซึ่งเป็นปฏิกิริยาฟิชชัน นอกจากนี้การออกแบบโครงสร้าง และระบบให้ความร้อนแบบใหม่สามารถเร่งอุณหภูมิให้สูงกว่าแกนกลางของดวงอาทิตย์ถึง 10 - 15 เท่า หรือประมาณ 200 ล้านองศาเซลเซียสเทียบกับ 15 ล้านองศาเซลเซียสบริเวณใจกลางดวงอาทิตย์ แม้จีนยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาเตาปฏิกรณ์ดังกล่าวอีกมาก และจะพร้อมให้ใช้งานได้ราว ๆ ปี พ.ศ. 2593 แต่การพัฒนาในนวัตกรรมดังกล่าว ก็เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้โลกสามารถผลิตพลังงานโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมได้

.

นอกจากอัตราส่วนการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (GDP) เฉลี่ยของจีนที่สูงถึง 2.149% ใกล้เคียงกับสิงคโปร์แล้ว มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศฮ่องกง (HongKong University of Science and Technology) ได้เปิดเผยถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการพัฒนาประเทศด้านเทคโนโลยีของจีนไว้อย่างน่าสนใจว่า จีนมีตลาดผู้ใช้งานเทคโนโลยีภายในประเทศที่ใหญ่ ทำให้ผู้คิดค้นนวัตกรรมมีโอกาสที่จะสร้างฐานผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์มากขึ้น ภาครัฐของจีนมีอำนาจในการวางนโยบายของอุตสาหกรรม และสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ในด้านเทคโนโลยี รวมถึงโลกาภิวัฒน์ (Globaliztion) ที่เอื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยนในด้านเทคโนโลยี และการกระจายไปของผลิตภัณฑ์สู่ทั่วโลก

.

สิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากจีน มากกว่าเรื่องการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก คือการมองเห็นแนวโน้มในอนาคต ว่าอะไรคือสิ่งที่จะสร้างคุณค่า สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้แก่ผู้คนในโลก แล้วมุ่งสร้างมันด้วยความร่วมมือกันของแต่ละภาคส่วน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า และการก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน

.

Analyzed by BRANDigest

.

162 views
bottom of page