top of page
Search

การทำธุรกิจที่ดีกว่า ของแบรนด์ Search Engine ที่ใหญ่ที่สุดในโลก


“ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนแล้ว ทุกคนบนโลกอาจต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ตอนนี้ หากอยากป้องกันโลก จากผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้จากภาวะโลกร้อน” กล่าวโดย ประธานกรรมการบริหาร (CEO) ของ Google และ Alphabet Sundar Pichai

.

Google นับเป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าแบรนด์สูงเป็นอันดับสองของโลก เป็นรองเพียง Apple ตามการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes ในปี พ.ศ. 2563 แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่แทบทุกคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตมีความคุ้นเคย และใช้มันเพื่อสืบค้นข้อมูลที่ตนเองต้องการ มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ Google ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีอันทันสมัย วัฒนธรรมองค์กรที่โดดเด่น สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพสูงจากทั่วโลก แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ Google ทำ และอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่ง คือการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

.

ค่านิยมหลัก (Core Value) ในการดำเนินธุรกิจของ Google คือความยั่งยืน ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ก่อตั้งมา Google เป็นบริษัทขนาดใหญ่แห่งแรกที่สามารถดำเนินการ ภายใต้ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เทียบเคียงการใช้พลังงานทั้งหมด กับพลังงานทางเลือกได้ 100% ได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud) ที่สะอาดที่สุด และเป็นองค์กรที่ซื้อพลังงานสะอาดรายใหญ่ที่สุดของโลก นอกจากนี้ ยังมีการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด เทียบกับที่เคยปล่อยออกมาแล้วอีกด้วย

.

ภายในปี พ.ศ. 2573 Google วางแผนให้การใช้พลังงาน ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอาคารสำนักงาน (Campus) ทั่วโลก ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดการใช้งาน ซึ่งมีความท้าทายกว่าการเทียบเคียงการใช้พลังงานแบบเดิมมาก รวมถึงลงทุนในเทคโนโลยีที่สร้างทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าสำหรับผู้ร่วมธุรกิจ และผู้คนทั่วโลก เช่น การลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ที่ช่วยให้ลดการปล่อยมลพิษในกว่า 500 เมือง เทียบได้กับการลดมลพิษจากรถยนต์ 1 ล้านคัน ใน 1 ปี หาก Google สามารถดำเนินการตามแผนที่ประกาศไว้ได้ จะช่วยสร้างงานในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดกว่า 20,000 ตำแหน่ง ในสหรัฐอเมริกา และพื้นที่ต่าง ๆ รอบโลก ภายในปี พ.ศ. 2568 ส่วนสุดท้ายคือการช่วยให้ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Google สามารถเลือกทางเลือกที่ดีกว่า และยั่งยืนกว่าในการใช้ชีวิต เช่น ช่วยหาจุดบริการจักยานสาธารณะ จุดชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือการค้นหาเส้นทางบินที่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางต่ำที่สุด

.

คุณค่าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเกิดขึ้นจากการช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้ธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าเติบโตไปพร้อมกัน และมีส่วนในการแก้ไขปัญหาในสังคม ด้วยความเชี่ยวชาญหลัก (Core Competency) ของตัวเอง หากอยากเป็นธุรกิจที่ดีกว่า เพื่อสร้างสังคมและโลกที่ดีกว่า ก็ต้องสร้างคุณค่าด้วยการทำเพื่อผู้อื่นเช่นเดียวกับที่ Google ได้ทำ และเวลาที่ดีที่สุดที่จะเริ่มทำอะไรซักอย่าง อาจไม่ใช่เพียงช่วงปีใหม่หรือเดือนใหม่ แต่คือตอนนี้ ตามที่ Sundar Pichai ได้กล่าวไว้นั่นเอง

.

Analyzed by BRANDigest

.


231 views

Comments


bottom of page